sarakadee.com
จากบรรณาธิการ - สายลม
จำไม่ได้หรอกว่าไปทะเลครั้งแรกเมื่อไร จำไม่ได้ด้วยว่าเคยกลัวคลื่นไหม จำได้แต่คลื่นระลอกแล้วระลอกเล่าเข้ามาโยนโยกโอบร่าง ขอบฟ้ากว้างลากเส้นตรงสุดจากมุมซ้ายจดมุมขวา แบ่งผืนน้ำสีครามเข้มกับโค้งฟ้าใสให้ต้องแหงนมองไกลจนคอตั้ง แล้วเหลียวหลังไล่สายตาไปจนพบกับแนวยอดมะพร้าวเขียวหลังชายหาด ผืนน้ำสั่นไหวเคลื่อนที่พร้อมกันเป็นแนวเข้าหาฝั่งด้วยพลังการหมุนของโลกที่ไม่เคยหยุดนิ่ง บางสิ่งที่เราไม่อาจมองเห็นด้วยสายตา สะพัดมาจากความว่างเปล่าเบื้องหน้า กระทบกายสะท้านความเย็นเยียบ เสียงสายลมและเสียงคลื่นกระซิบโสตประสาท เป็นภาษาที่ไม่อาจรู้ความหมาย จับสัมผัสเองว่าคือถ้อยคำทักทายที่โลกเอ่ยกับสิ่งมีชีวิตที่ยืนนิ่ง ชั่วขณะ ราวกับมีเพียงตัวเราคนเดียวกลางท้องทะเล  เพียงตัวเราคนเดียวกับโลก ความรู้สึกอันแสนประหลาดจนต้องเปล่งเสียงตะโกนที่ไร้ความหมายออกจากภายในไปตอบรับคำทักทายที่ไร้ตัวอักษร พลันทุกอย่างเงียบสงบ สายลม ระลอกคลื่น คงขยับไหวไปตามวิถี จำได้ว่าอยู่กลางผืนน้ำทะเล สุข และเต็มล้นด้วยพลังภายใน … นานแค่ไหนแล้วที่แต่ละวันเราขังตัวไว้กับบรรดาประดิษฐกรรมที่มนุษย์สร้างไว้ครอบตนเองจนคุ้นชิน เราไม่เคยตั้งคำถาม - เราหนีห่างจากธรรมชาติมากไปไหม  จนวันหนึ่งเราอาจหลงลืมว่ามนุษย์มาจากไหน และต้องพึ่งพาสิ่งใดเพื่อมีชีวิต ไม่ใช่แค่ออกซิเจน อากาศ น้ำ ความชื้น ความอบอุ่น รสสัมผัส แร่ธาตุอาหาร หรือความกระหาย ความอยาก ความสุข ความทุกข์ ความเจ็บปวดในจิตใจ แต่คือโลกและเรา เราและโลก สายน้ำไหล เมฆเลื่อน ใบไม้ต้องลม ภูเขาตระหง่าน ท้องฟ้ากว้าง หรือแววตาของเพื่อนร่วมโลกต่างสายพันธุ์ที่ส่งข้อความบางอย่างสื่อสารกลับมา สภาวะที่เหมือนหยุดนิ่งเข็มเวลาให้เราจดจ่อกับธรรมชาติบางสิ่งชั่วขณะของการเชื่อมเราไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่นนั้นไร้คำเรียกขาน ดังเช่นสายลมที่มิอาจมองเห็น ลึก ๆ แล้วเราอาจต้องการเพียงอ้อมกอดแผ่วเบาของสายลมเพื่อจะได้เข้าถึงความจริงว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจอยู่โดยลำพัง  ธรรมชาติยิ่งใหญ่และคือทุกสรรพสิ่ง สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ บรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี suwatasa@gmail.com สมัครสมาชิกวันนี้ต่อชีวิตนิตยสารไปยาวๆ  จีน-แอฟริกา จากบรรณาธิการนิตยสาร สารคดี ฉบับที่ 407 มกราคม 2562 ระหว่างเดินทางกลับเมืองงไทยจากเมืองหลวงลูซากา ประเทศ  แซมเบีย เพื่อไปเปลี่ยนไฟลต์ที่ไนโรบี ประเทศเคนยา แล้วบินตรงมากรุงเทพฯ ผมพบกับหนุ่มชาวจีนที่ต้องเดินทางกลับบ้านเกิด คนเดียวเหมือนกัน แต่หนุ่มจีนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย เจ้าหน้าที่เช็กอินกวักมือเรียกผมเข้าไปช่วย คงเพราะคิดว่าผมหน้าตาจีน ๆ คล้ายกัน  ผมเลยอาสาช่วยเหลือตั้งแต่เช็กอินจนถึงพาขึ้นเครื่อง ระหว่างนั่งรอ  ผมคุยกับเขาโดยกดเทกซ์ผ่านเครื่องแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาจีนในแอปพลิเคชันมือถือ เงียบ – จากบรรณาธิการ ฉบับที่ 406 ภาพจาก : https://www.penguinrandomhouse.ca/authors/2023279/erling-kagge ภาพถ่ายของผู้เขียนบนหน้าท้ายๆ ของหนังสือชื่อ Silence* แสดงถึงใบหน้าของชายผู้มุ่งมั่นกับแววตาลึกซึ้ง …