kasetorganic.com
วิถีทำนาจากเคมี สู่อินทรีย์ - เทคนิคการทำเกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง ตามรอยพ่อ
จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งนายชาญ ทับสี ประธานกลุ่มเกษตรกรจุลินทรีย์บ้านดอนผิงแดด อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า ปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาไทยทุกวันนี้ นอกจากเรื่องน้ำท่วม ภัยแล้ง และราคารับซื้อผลผลิตที่ตกต่ำแล้ว ปัญหาด้านต้นทุนการผลิตที่สูงอันเนื่องมาจากการใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมี ก็นับเป็นปัญหาสำคัญที่ไม่เพียงแต่จะทำให้ชาวนาไทยต้องเป็นหนี้เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ขณะเดียวกันสภาพแวดล้อมในพื้นที่ก็เริ่มเสื่อมโทรม เพราะกุ้ง หอย ปู ปลา ที่เคยมีอุดมสมบูรณ์ในแหล่งน้ำเริ่มลดน้อยลง ดังนั้น เกษตรกรในพื้นที่จึงเริ่มหันมาสนใจเรื่องต้นทุนการผลิตและสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น โดยได้ปรับเปลี่ยนระบบการผลิตมาเน้นเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ ปรากฏว่าได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิม จนในที่สุดก็ได้รวมกลุ่มจัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรกรจุลินทรีย์บ้านดอนผิงแดด ขึ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้และฝึกอบรมเกษตรกรเรื่องการทำนาปลอดสารพิษ และความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงที่เน้นการพึ่งพาตนเอง การทำนาแบบอินทรีย์ การทำนาแบบอินทรีย์ ต้องเริ่มต้นจากที่นาของเรา เริ่มด้วยพื้นที่นา จะต้องไม่ติดกับที่นาของคนอื่น หรือที่นาจากผู้ที่เขาใช้สารเคมีมากๆ เพราะสารเคมีที่มีการฉีดพ่นอาจจะตกหล่นมายังที่นาของเราได้ จากทางน้ำ และทางอากาศ หรืออื่นๆ ที่สามารถเป็นไปได้ หากว่าถ้าที่นาเรามีสภาพดินไม่เหมาะสม มีสารเคมีสะสมจำนวนมากเช่นนี้ ก็ทำนาอินทรีย์ไม่ได้ เนื่องจากไม่คุ้มค่าต่อการหาวิธีการป้องกันสารเคมีปนเปื้อนมาจากพื้นที่ใกล้เคียง แต่หากว่าไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ และมีที่เหมาะสมในการจัดการ ไม่มีการปนเปื้อนจากแปลงข้างเคียง ก็สามารถเริ่มต้นเข้าสู่กระบวนการ การเกษตรอินทรีย์ โดยเริ่มแรกก็ควรเลิกใช้สารเคมีทุกชนิดในแปลงนา และหันมาเรียนรู้ ว่ามีอะไรบ้างที่ใช้แทนสารเคมีชนิดต่างๆ ได้บ้าง และต้องเริ่มจดบันทึกและศึกษาแปลงนาตั้งแต่เริ่มก้าวเข้าสู่การทำนาแบบอินทรีย์ ว่าทำอะไรไปบ้างในแต่ละวัน …