jinguashi

flickr

金瓜石・茶壺山 ∣ Teapot mountain・Jinguashi by Iyhon Chiu

บันทึกการเดินทาง-Jiufenและเหมืองทอง

วันนี้จะไปดูเหมืองทองเก่ากับตลาดเก่าจิ่วเฟิ่น

เป็นอีกที่ที่ตั้งใจไว้ว่าจะต้องไปให้ได้สองที่นี้อยู่ไกล้ๆกัน

 Jinguashi เป็นเหมืองทองเก่าตอนนี้ไม่ได้ใช้แล้ว แต่ยังเหลือสิ่งก่อสร้างอยู่ แต่เราดูแล้วให้อารมณ์ญี่ปุ่นๆยังไงไม่รู้แฮะ แถมอยู่บนเขาอีก สวยดี

ค่าเข้าฟรีละ ยกเว้นในส่วนของพิพิทธพัณฑ์ แต่จำราคาไม่ได้แฮะๆ น่าจะไม่เกินร้อย - -

วิธีไปก็ Mrt Zhongxiao Fuxing exit1 ขึ้นมาก็เจอรถเมล์เลยสะดวกมาก ยังไม่ทันจะหลง 55 นั่งรถสาย 1062 ได้เลยซึ่งก็จอดรออยู่แล้ว รถจะวิ่งขึ้นเขาไปใช้เวลาไม่เกินชั่วโมงก็ถึง แต่เส้นทางที่คดเคี้ยวสุดจะบรรยาย บางทีไอตรงโค้งมันก็ไปอยู่ซะมุมเขา แล้วมีหลายโค้งอีก คนในรถร้องฮู๊วฮ๊าวกันตลอดทาง ส่วนเราก็ช๊อคนิดหน่อย แอบเหยียบเบรคตามไปด้วย เพราะดันไปนั่งหน้าสุด = = แต่ก็ถือว่าปลอดภัยนะแค่มันดูหวาดเสียวแค่นั้นเองงง แถมไอพวกถนนบนเขาเค้าไม่ค่อยทำที่กั้นด้วยดิ แค่ขีดเส้นสีแดงไว้ตามขอบถนน (คงจะช่วยแกได้อะนะไอเส้นนั่นน่ะ - -)

ขอพูดถึงหน่อย คนขับรถเมล์ที่ไต้หวันสุภาพมาก ถามทางก็บอกตลอด แถมยิ้มแย้มไม่หงุดหงิดใส่ ขับรถก็ชิวๆไม่ซิ่งท้านรก จะขึ้นรถช้าขนาดไหนพี่แกก็รอได้ แล้วทำหน้าที่ทุกอย่างในรถ ตั้งแต่ตรวจสอบค่ารถว่ามีใครจ่ายยังอะไรยังไง แปะบัตรรึยัง ประชาสัมพันธ์สอนวิธีหยอดเหรียญแปะบัตร บอกทาง แจกตั๋วโดยสาร จอดป้ายไหนก็จะบอกหมดว่าถึงไหนแล้ว(ยกเว้นบางคันที่มีระบบอัติโนมัติ) ใครช้าอะไรยังไงก็รออยู่อย่างนั้น มีตอนนึงเราดันไปยืนหาเหรียญตรงหน้าประตูพอดี พี่แกก็จอดรอจนเราขึ้น รถเมล์ที่ไต้หวันก็ขึ้นง่ายมากทุกป้ายจะมีบอกหมดว่าสายนี้ไปไหนลงไหนบอกแต่ละจุดที่จะจอด บางอันมีเป็นภาษาอังกฤษให้อีก

เวลานั่งไปจะผ่านจิ่วเฟินก่อน ที่นี่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาเยอะมาก วันที่เราไปพี่แกลงจุดนี้กันทั้งคัน ไม่มีใครไปเหมืองทองเลยหรือฝระ - -?

แต่เราไปเหมืองทองก่อนเพราะตอนเย็นที่จิ่วเฟินเค้าจะเปิดไฟ จะได้สวยๆ ฮุฮุ

เลยจิ่งเฟิ่นไปซักพักก็ถึงเหมืองทอง ฮู้วววว ณ จุดนั้นอากาสหนาวมากๆๆๆ ขนาดใส่โค๊ทที่ซื้อมายังไม่ไหว เห็นคนอื่นๆเค้าใส่กันอลาสก้ามาก คงอุ่นสินะะะ อิจฉาเว่ยย…แอบรู้สึกเหมือนโดนมองว่าไอนี่มันไม่หนาวหรือไงฝระ = =

บนนี้สวยมากรู้สึกดีที่ได้มา สิ่งก่อสร้างเป็นแบบญี่ปุ่นหมด ชอบๆสวยดี


เรือนรับรอง เข้าไม่ได้ ได้แต่วนดูรอบๆ ตรงนี้วังเวงมากไม่มีคนเลย

มีขายเต้าหู้น้ำขิงด้วยแก้หนาว เก๋ๆๆ ซัดไปหนึ่งอุ่นขึ้นเยอะ




จ่ายตังค่าเข้าประมาน 80 บาทมั้งก็ได้หมวกกะดาษกะหมวกกันน๊อคมาให้เดินเข้าไปดูในเหมืองได้ ตอนแรกได้หมวกมาแอบกลัวว่าเฮ่ยมันมีไรน่ากลัวปะฝะเนี่ย ถึงกะให้หมวกกันมาเลย = =

เข้าไปแล้วเป็นแบบเน้ มีน้ำหยดๆด้วยได้อารมณ์ หุหุ ตอนนี้รู้สึกอยากมากะเพื่อนแฮะ กลัวแต่ก็เข้า - -

ข้างในจะมีหุ่นจำลองการทำงานของคนงานเหมืองให้ดูเป็นจุดๆเก่ดี เวลาเดินไปไกล้ๆจะมีเสียงบรรยายออกมา อารมว่าเป็นเสียงคนงานในเหมืองคุยกันมีเสียงเอฟเฟกประกอบด้วย เจ๋งดี

ในนั้นจะมีน้ำหยดมาเป็นระยะๆเข้าละว่าทำไมต้องมีหมวก - -

แต่เท่าที่อ่านคำเตือนเค้าบอกว่า ให้ใส่หมวกไว้กันหินหล่อนใส่ ถ้ามีเสียงผิดปรกติให้รีบออกมาจากอุโมงค์ทันที น่ากลัวงะ o_O!!

ความยาวของอุโมงค์จะสั้นๆ มีหุ่นจำลองให้ดูเพลินๆ แปบเดียวก็ออกมาละ แถมตอนแรกนึกว่าอยู่คนเดียว (เค้าจะกันไม่ให้เข้าไปเยอะเพราะอากาศน้อย) ดันไปเจอทีมงานถ่ายรายการไรซักอย่างกำลังถ่ายทำกันอยู่ ทุ่มเทกันน่าดู  - -



ส่วนของพิพิทธพัณฑ์จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหมือง มีข้างของเครื่องใช้ของคนงานเหมืองสมัยก่อนให้ดู มีทองให้จับ?? 555

แต่อ่านประวัติแล้วรู้สึกเศร้า การทำเหมืองค่อนข้างอันตราย เค้าเลยจับพวกเชลยสงครามมาทำงานเหมือง และตายกันเยอะ แต่ดูบางอันก็เป็นแบบจ้างแรงงานมาทำ แต่ดูแล้วเค้าจะมีคุณภาพชีวิตไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ยกเว้นพวกหัวหน้า = =


จับทอง โฮ่ๆๆ เงินจงไหลมาเทมาๆๆ

แอบถ่ายซากุระ




ขากลับแวะดูบ้านพักหัวหน้าคนงานสมัยก่อน เป็นบ้านญี่ปุ่นติดกันสามสี่หลัง ปัจจุบันนี่คือได้รับการบูรณะแล้ว ก่อนเข้าชมจะมีเปิดวีดีโอแนะนำให้ดูก่อน พึ่งรู้นะนี่ว่าบ้านญี่ปุ่นก้อุ่นดีเหมือนกัน ข้างนอกนี่หนาวมาก

ดูเสร็จก็พาชมบ้าน ออกแนวไล่ต้อน เดินวนห้องนู้นทะลุห้องนี้อย่างไว แทบไม่ต้องถ่ายรูปกันเลย แต่ละรูปที่ออกมาก็จะเป็นแบบเคลื่อนไหว เพราะหยุดไม่ได้ป้าแกจะมาต้อน = =

ห้องอาหารและห้องครัว เป็นบ้านเล็กๆแต่น่าอยู่ดีอุ่นๆ





เดินเล่นอีกนิดหน่อยแล้วก็ไปต่อที่จิ่วเฟิ่นเลย ^^

ขนมนี้เค้าบอกกันว่าให้ลองกิน ให้เยอะมากๆ กินแล้วคิดถึงบัวลอยบ้านเราซึ่งอร่อยกว่า T.T

แวะกินข้าวเย็นร้านนี้เพราะเห็นว่ามีระเบียงให้นั่งชมวิวด้วย วิวสวยมากแต่หนาวแทบแย่ = =

สั่งข้าวแกงกะหรี่ มีกลิ่นยาจีนอีกแล้ว…

พึ่งรู้ว่าที่นี่ไกล้ทะเล ของจริงสวยมากๆๆพยายามซูม

หมู่บ้านในหูบเขาน่ารักดี ^^

กินเสร็จออกมาเดินเล่นในจิ่วเฟินเป็นตลาดขายของ ส่วนใหญ่จะเป็นขนมของกิน

ซื้อไส้กรอกมากินรสชาติเหมือนกุนเชียงทอด กินทีพ่นลมออกมาเป็นไอเลยเพราะอากาศข้างนอกหนาวมาก ซื้อแล้วเลยเป่าเล่นใหญ่ วู้วววว >.<

เดินในตลาดจะมีร้านขายชาด้วย จัดร้านสวยมากๆอารมณ์เหมือนพิพิทธภัณฑ์

เดินตัดเข้าไปในร้านก็จะมีหอศิลป์กับห้องปั้นโชว์งานศิลปะ

ขากลับแวะช๊อปที่ตลาดกลางคืนก่อนกลับที่พัก วันนี้พี่ก้อยกับเพื่อนคนจีนกลับบ้านไปแล้ว ตอนแรกกะจะแวะมาหาพี่ก้อยก่อนกลับ ประมาณบ่ายสามแต่ไม่ทันแฮะ กว่าจะกลับจากจิ่วเฟิ่นก้มืดแล้วเลยไปเดินตลาดกลางคืนต่อแต่ชื่อตลาดอะไรไม่รู้ ลืม = =

ลองกินไก่ทอดที่เค้าร่ำลือกัน

กลับที่พักทุุกคนก็กลับไปกันหมดแระแต่มีคนมาเข้าพักใหม่ เป็นคนเกาหลีกับคนไต้หวัน โล่งไป นึกว่าต้องนอนคนเดียวซะแระ

6

staying at a rustic vacation home called adagio in jinguashi, taiwan (kinkaseki). located in the heart of lush mountains, the city used to be a gold mine…and it’s so beautiful here. ^^ we came here as a getaway from the bustle of taipei and to be one with nature, reflect on life, and do some soul mending. i did some quick sketches of the scenery, read some books, and played otome games (lol). the dinner was so good and the food was all locally grown. tomorrow we’re going to jiufen (kyufun) which i visit every time i go back to taiwan because it reminds me of old japan.