เหตุเกิดจาก เราโดนก้าวก่ายขีดเส้นชีวิตจากพ่อแม่
โดนพ่อแม่อ้างว่าหวังดีกับเรา อยากจะเลือกทางชีวิตที่ดีที่สุดให้กับเรา ความหวังดีที่มี มันกึ่งบังคับให้เป็นมากกว่า
ถ้าพ่อแม่พูดง่ายๆตั้งแต่แรก เคารพการตัดสินใจของเราทั้งคู่
ไม่กดดันเรา เหตุการณ์มันก็จะไม่เกิด
อันนี้พ่อกับแม่ก็จะเอาตามแต่ใจตัวเอง เขาก็เลยอยากเอาลูกเอาเมียเขาหนี
เพราะครอบครัวไม่มีพื้นที่ส่วนตัวและอิสระทางความคิดให้เราเลย
เพราะฉะนั้น จะว่าใครเป็นคนผิดตั้งแต่แรกล่ะ
วันนั้นพี่มี่ก็ทำตามที่เราตกลงกันไว้ ว่าเมียกับลูกจะไปอยู่ด้วย มันก็ถูกแล้ว แต่มันเป็นวิธีที่อาจจะharmfulหน่อย ก็แม่ยื้อ ไม่ยอมปล่อยให้แกเอาลูกกับเมียไปหนิ แกไม่ยอมฟังเหตุผลและเคารพการตัดสินใจของเราตั้งแต่แรก พี่มี่ก็เลยต้องทำแบบนั้น
แต่ด้วยตามมุมมองของพ่อแม่ คือถูกเขาหยามเกียรติ จึงเกิดความไม่พอใจ ต้องการคำขอโทษ
ส่วนในมุมมองของเรา พี่มี่อยากช่วยเมียให้พ้นจากกองไฟ(แรงกดดัน) แต่สุดท้ายมันไม่สำเร็จ ตัวเองก็เลยเจ็บตัวไปซะเปล่าๆซะงั้น พี่มี่ไม่ผิดอะไรเลย พี่มี่ไม่จำเป็นต้องมาขอโทษด้วยซ้ำ
...จะทำยังไงให้พ่อแม่เข้าใจว่าเหตุเกิดจากตัวเอง
เบื้องต้นคุยแล้ว พ่อแม่บอกว่าคาดหวังเกินไป พอจะรู้ตัวแล้วว่าตัวเองก้าวก่ายแหละ และบอกว่าจะให้อิสระและให้พื้นที่ส่วนตัวกับเราแล้ว
แต่แกแค่ขอให้ลูกเขยกลับมาเป็นคนดีคนเดิมก็พอ กลับมาปฏิสัมพันธ์ดีๆกับพ่อแม่ก็พอ เช่น ไปลามาไหว้ มีสัมมาคารวะ และพูดคุยบอกแกถึงเหตุผลว่าทำไมต้องทำแบบนั้น ทำเพราะเห็นเมียร้อนใจ เลยอยากช่วยเมียให้ได้พูดคุยทำความเข้าใจ ฟังเหตุผลของลูกบ้าง ถ้าไม่ทำแบบนั้น พ่อแม่ก็จะไม่ฟังเหตุผลของลูกเลย ไม่เคารพการตัดสินใจของเราเลย
"สิ่งที่เราต้องทำ คือ ไม่ใช่การมาขอโทษสำนึกผิด แต่มาคุยเพื่อบอกเหตุผลที่ทำไป ปรับความเข้าใจให้ตรงกัน ให้พ่อแม่ได้เข้าใจเรา จากปากของเราทั้งคู่ ไม่ใช่หนีปัญหาไปเลย"
รอเวลา พร้อมเมื่อไหร่ก็ค่อยคุยละกัน
....ทำไมหนูต้องเลือกทางนี้
ในเมื่อล่าสุด หนูต่อรองไว้แล้วว่าพ่อแม่อย่ามาคาดหวังอะไรกับเรามาก และแกก็รับฟัง และบอกว่าจะทำตามที่ขอ
หนูจึงเลือกวิธีที่ไม่ปลดกุญแจโซ่ล็อคตัวเอง และหันหน้าเข้ามาคุยกัน มันจะดีกับทั้งเราและพ่อแม่มากกว่า แกจะได้เข้าใจเจตนารมณ์ของเรา และถ้าแกผิดคำพูดเมื่อไหร่ เราจะทำอะไรก็ได้ในอนาคต
และซึ่งการจะหนีออกมาตอนนี้ พ่อแม่แกก็ไม่ได้ทำอะไรผิดใจเราแล้ว แกยอมทำตามข้อต่อรองของเราทุกอย่าง เลยไม่มีเหตุผลอะไรที่เป็นข้ออ้างให้เดินออกมาได้ ไม่เหมือนกับวันนั้น
เมื่อคิดตัดสินใจในแต่ละทาง...ถ้าเลือกปลดล็อคตัวเองไปเลย มันจะกลายเป็นเรามีความสุขในส่วนของเราก็จริง เพราะหนูได้เอาตัวเองออกจากกองไฟ ปลดล็อคจากทุกอย่าง
ใช่อยู่ว่าไม่ต้องแคร์ก็ได้ว่าคนอื่นจะไม่มีความสุข คนอื่นจะเข้าใจไม่เข้าใจเราก็ช่าง
แต่เรื่องมันอาจจะไม่จบ ปัญหาตามมามีแน่ เช่น มีปากเสียงกันไม่จบไม่สิ้น คาราคาซัง มองหน้ากันไม่ติด มาตามรังควาญทวงถามหนี้บุญคุณ(แน่ๆ) หนูว่าถ้าเลือกทางนี้มันไม่จบ สุดท้ายเราก็จะไม่มีความสุขอยู่ดี 😔

